ขนาดรูรับแสงและระยะชัด

dof_head
dof_01

ขนาดของรูรับแสง นอกจากมีผลทำให้ภาพได้รับแสงเพิ่มขึ้นหรือลดลงแล้ว ยังมีผลทำให้ระยะชัดในภาพเปลี่ยนไปด้วย

ระยะชัด หรือ Depth of field (DOF)
ระยะชัดหมายถึงพื้นที่ความคมชัดที่เกิดขึ้นในแนวระนาบขนานกับตัวกล้องหรือเซนเซอร์รับภาพ ภาพที่มีระยะชัดน้อยเราเรียกภาพนั้นว่า ภาพชัดตื้น แต่ถ้าในภาพมีระยะชัดมากหรือครอบคลุมเกือบทั่วทั้งภาพ เราเรียกภาพลักษณะนี้ว่า ภาพชัดลึก

ปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงกับระยะชัดในภาพคือขนาดรูรับแสงและตำแหน่งโฟกัสภาพ ในที่นี้จะขอกล่าวถึงขนาดรูรับแสงก่อนเป็นอันดับแรก

การควบคุมระยะชัดในภาพให้มีมากหรือน้อย กำหนดได้ด้วยขนาดรูรับแสง หากเลือกใช้ขนาดรูรับแสงกว้างจะทำให้ช่วงระยะชัดในภาพมีน้อย ตรงกันข้ามขนาดรูรับแสงที่เล็กแคบจะช่วยเพิ่มระยะชัดในภาพให้มีมากยิ่งขึ้น
ตัวอย่างเช่น หากเราถ่ายภาพคนที่อยู่ห่างออกไป 2 เมตร โดยใช้เลนส์ 50 มม.ตำแหน่งโฟกัสภาพคือใบหน้า ถ้าเลือกใช้ขนาดรูรับแสงที่ f2.8 ระยะชัดที่เกิดในภาพจะมีเฉพาะแต่ตัวคนเท่านั้น หมายถึงว่าส่วนอื่นนอกเหนือจากนั้นจะเริ่มพร่าเลือน ยิ่งห่างจากตำแหน่งโฟกัสมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งพร่าเลือนมากยิ่งขึ้น
แต่ถ้าเปลี่ยนขนาดรูรับแสงให้เล็กลงเป็น f5.6 เราจะได้ระยะชัดที่เพิ่มมากขึ้น ตัวคนจะคมชัดทั้งหมดรวมไปถึงสิ่งของที่อยู่ใกล้ในบริเวณนั้นด้วย และถ้าใช้ขนาดรูรับแสงที่เล็กแคบมากๆ เช่นขนาด f16 ระยะชัดในภาพก็จะยิ่งมีมากขึ้นอีก โดยครอบคลุมพื้นที่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของตัวคนเป็นระยะทางมากขึ้น

การถ่ายภาพบางประเภทจำเป็นต้องคุมระยะชัดในภาพให้มีมากพอ เพื่อถ่ายทอดรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน เช่นภาพวิว ภาพสถานที่ ขนาดรูรับแสงที่ใช้จึงมักมีขนาดเล็ก โดยมากจะอยู่ในช่วง f8 เป็นต้นไปจนถึง f16 หรือ f22
แต่กับภาพบางประเภท ระยะชัดเพียงน้อยนิดกลับทำให้ภาพดูดีกว่า เช่นการถ่ายภาพบุคคล หรือภาพพอร์ทเทรต เมื่อเราปล่อยให้สิ่งต่างๆในภาพเลือนหายไปอยู่นอกระยะชัด คนในภาพจะดูลอยเด่นเป็นที่น่าสนใจยิ่งขึ้น เราอาจเลือกใช้รูรับแสงได้ตั้งแต่ f1.4 ไปจนถึง f5.6 ซึ่งเป็นขนาดรูรับแสงที่ให้ระยะชัดไม่มากนัก เพื่อขจัดส่วนอื่นออกไป
ทั้งนี้ทั้งนั้น การจะเลือกใช้ขนาดรูรับแสงเท่าใด ขึ้นอยู่กับลักษณะของภาพที่ถ่ายและแนวชอบของช่างภาพแต่ละคนเป็นหลัก ไม่ถือเป็นกฏตายตัวแต่อย่างใด

dof
จะรู้ได้อย่างไรว่าระยะชัดในภาพมีมากพอหรือไม่

กล้อง DSLR ในปัจจุบันจะแสดงภาพให้เห็นในช่องมองจากการเปิดรูรับแสงกว้างสุดของเลนส์ ต่อเมื่อเรากดปุ่มชัตเตอร์เพื่อบันทึกภาพ ระบบอิเลคทรอนิคของกล้องจึงจะสั่งการให้หรี่รูรับแสงของเลนส์ลงให้เป็นขนาดที่เราปรับเลือกไว้ ดังนั้นภาพที่ได้จริงจะต่างจากภาพที่เห็นในช่องมองภาพ เว้นเสียแต่เราจะถ่ายภาพที่ขนาดรูรับแสงกว้างสุดของเลนส์
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าขนาดรูรับแสงที่เลือกใช้มีระยะชัดมากน้อยขนาดไหน
ในอดีตเลนส์ถ่ายภาพส่วนใหญ่จะมีสเกลบอกระยะชัดของแต่ละค่ารูรับแสงกำกับไว้ เพื่อให้ช่างภาพสามารถตรวจสอบหรือใช้เป็นไกด์ในการควบคุมระยะชัดในภาพ ถือเป็นวิธีที่สะดวกและให้ผลแม่นยำ แต่สำหรับเลนส์ออโต้โฟกัสที่ผลิตออกมารุ่นใหม่ๆจะไม่มีสเกลบอกระยะชัดให้เห็นอีกต่อไป วิธีตรวจสอบระยะชัดทำได้ด้วยการใช้ปุ่มเช็คระยะชัด ซึ่งจะมีเฉพาะแต่ในกล้อง DSLR ระดับกลางขึ้นไปจนถึงกล้องระดับมืออาชีพ สำหรับกล้องระดับเริ่มต้นมักจะไม่มีระบบนี้มาให้ ปุ่มเช็คระยะชัดโดยมากจะออกแบบให้อยู่ด้านข้างของฐานเมาท์เลนส์ เพื่อให้แน่ใจควรดูจากคู่มือกล้องที่ใช้ว่าเป็นปุ่มไหน ในการใช้งานก็เพียงแต่กดปุ่มในขณะที่มองภาพในช่องมอง หากไม่ได้เลือกขนาดรูรับแสงไว้กว้างสุด จะเห็นภาพในช่องมองมืดลง ยิ่งเลือกขนาดรูรับแสงเล็กมากเท่าไหร่ภาพในช่องมองก็จะยิ่งมืดมากขึ้นเท่านั้น เป็นเพราะเมื่อเรากดปุ่มเช็คระยะชัดกลไกของกล้องจะทำการหรี่ไดอะแฟรมรูรับแสงลงตามค่าที่เราเลือกไว้ แสงที่ผ่านเข้ามาจึงน้อยลงทำให้เรามองเห็นภาพมืดลง และสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยก็คือระยะชัดในภาพที่จะปรากฏตามจริงจากค่ารูรับแสงที่เราเลือก แต่อาจจะมองยากสักหน่อยหากเลือกใช้ขนาดรูรับแสงที่เล็กมาก เพื่อให้สายตาเราปรับสภาพควรมองภาพในขณะที่กดปุ่มเช็คระยะชัดค้างไว้ซักระยะหนึ่ง สายตาเราจะมองเห็นรายละเอียดในภาพได้ดีขึ้น อาจจะช้าหน่อยแต่ก็ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบระยะชัดในภาพได้

สำหรับกล้องที่ไม่มีปุ่มเช็คระยะชัดก็อาจต้องใช้วิธีพรีวิวภาพที่จอ LCD ด้วยการใช้โหมด Live View ซึ่งจะมีแต่เฉพาะกล้อง DSLR รุ่นใหม่ๆ เท่านั้น แต่ถ้ากล้องที่ใช้อยู่ไม่มีโหมด Live View ด้วยแล้วละก็ คงจะทำได้วิธีเดียวเท่านั้นคือการพรีวิวภาพหลังถ่ายเสร็จแล้ว เพื่อตรวจสอบว่าได้ระยะชัดตามที่ต้องการหรือไม่ แนะนำให้สังเกตผลที่ได้จากการใช้ขนาดรูรับแสงที่ต่างกันและจดจำค่าเหล่านั้นไว้ นานไปเราก็จะสามารถคะเนผลของภาพได้ จะช่วยลดขั้นตอนในการถ่ายภาพทำงานได้รวดเร็วขึ้น ไม่ต้องมาคอยเช็คระยะชัดตลอดเวลายกเว้นแต่ภาพที่เน้นมากๆ

14-125 นี่คือภาพที่ถ่ายด้วยรูรับแสง f1.4 ความเร็วชัตเตอร์ 1/125 วินาที
ระยะชัดในภาพมีน้อยมาก เนื่องจากใช้ขนาดรูรับแสงกว้าง ภาพนี้ปรับโฟกัสไปที่ปลาตัวที่สอง จะเห็นว่าส่วนอื่นของภาพอยู่นอกระยะชัดยกเว้นตำแหน่งโฟกัส
16-1 ส่วนภาพนี้ถ่ายด้วยขนาดรูรับแสง f16 ชดเชยความเร็วชัตเตอร์ลดลง 7 สตอปให้สัมพันธ์กับค่ารูรับแสงที่เปลี่ยนไป ถ่ายที่ f16 ความเร็วชัตเตอร์ 1 วินาที ปรับโฟกัสตำแหน่งเดิมที่ปลาตัวที่สอง จะเห็นว่าภาพมีความสว่างเท่ากันกับภาพแรก แต่มีระยะชัดเพิ่มมากขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่ปลาตัวแรกไปจนปลาตัวสุดท้าย
a900_dof dof_scale
ภาพเปรียบเทียบแสดงความแตกต่างของระยะชัดเมื่อใช้ขนาดรูรับแสงต่างกัน
รูรับแสง f1.4 ความเร็วชัตเตอร์ 1/125 วินาที
14-125
รูรับแสง f2 ความเร็วชัตเตอร์ 1/60 วินาที
2-60
รูรับแสง f2.8 ความเร็วชัตเตอร์ 1/30 วินาที
28-30
รูรับแสง f4 ความเร็วชัตเตอร์ 1/15 วินาที
4-15
รูรับแสง f5.6 ความเร็วชัตเตอร์ 1/8 วินาที
56-8
รูรับแสง f8 ความเร็วชัตเตอร์ 1/4 วินาที
8-4
รูรับแสง f11 ความเร็วชัตเตอร์ 1/2 วินาที
11-2
รูรับแสง f16 ความเร็วชัตเตอร์ 1 วินาที
16-1
You are here:   HOMEDIGITAL CAMERACANONIXUS

Attention Please!

เนื่องจากเนื้อหาในเว็บเป็นการรวบรวมข้อมูลจำนวนมาก จึงอาจมีข้อผิดพลาดและข้อมูลที่ตกหล่น ทางคณะผู้จัดทำต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ และหากว่าท่านจะสละเวลาเพื่อแจ้งสิ่งที่ท่านพบเห็นเพื่อที่ทางเราจะได้รีบดำเนินการแก้ไข ทีมงานจะยินดีและขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง admin@zmos.net

เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนที่รักการถ่ายภาพ หากท่านมีความคิดเห็นที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อแวดวงถ่ายภาพของเรา สามารถส่งคำแนะนำของท่านมาได้ เรายินดีรับฟังทุกความคิดเห็น admin@zmos.net