|
ขนาดของรูรับแสง นอกจากมีผลทำให้ภาพได้รับแสงเพิ่มขึ้นหรือลดลงแล้ว ยังมีผลทำให้ระยะชัดในภาพเปลี่ยนไปด้วย
ระยะชัด หรือ Depth of field (DOF) ระยะชัดหมายถึงพื้นที่ความคมชัดที่เกิดขึ้นในแนวระนาบขนานกับตัวกล้องหรือเซนเซอร์รับภาพ ภาพที่มีระยะชัดน้อยเราเรียกภาพนั้นว่า ภาพชัดตื้น แต่ถ้าในภาพมีระยะชัดมากหรือครอบคลุมเกือบทั่วทั้งภาพ เราเรียกภาพลักษณะนี้ว่า ภาพชัดลึก
ปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงกับระยะชัดในภาพคือขนาดรูรับแสงและตำแหน่งโฟกัสภาพ ในที่นี้จะขอกล่าวถึงขนาดรูรับแสงก่อนเป็นอันดับแรก
การควบคุมระยะชัดในภาพให้มีมากหรือน้อย กำหนดได้ด้วยขนาดรูรับแสง หากเลือกใช้ขนาดรูรับแสงกว้างจะทำให้ช่วงระยะชัดในภาพมีน้อย ตรงกันข้ามขนาดรูรับแสงที่เล็กแคบจะช่วยเพิ่มระยะชัดในภาพให้มีมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น หากเราถ่ายภาพคนที่อยู่ห่างออกไป 2 เมตร โดยใช้เลนส์ 50 มม.ตำแหน่งโฟกัสภาพคือใบหน้า ถ้าเลือกใช้ขนาดรูรับแสงที่ f2.8 ระยะชัดที่เกิดในภาพจะมีเฉพาะแต่ตัวคนเท่านั้น หมายถึงว่าส่วนอื่นนอกเหนือจากนั้นจะเริ่มพร่าเลือน ยิ่งห่างจากตำแหน่งโฟกัสมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งพร่าเลือนมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเปลี่ยนขนาดรูรับแสงให้เล็กลงเป็น f5.6 เราจะได้ระยะชัดที่เพิ่มมากขึ้น ตัวคนจะคมชัดทั้งหมดรวมไปถึงสิ่งของที่อยู่ใกล้ในบริเวณนั้นด้วย และถ้าใช้ขนาดรูรับแสงที่เล็กแคบมากๆ เช่นขนาด f16 ระยะชัดในภาพก็จะยิ่งมีมากขึ้นอีก โดยครอบคลุมพื้นที่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของตัวคนเป็นระยะทางมากขึ้น
การถ่ายภาพบางประเภทจำเป็นต้องคุมระยะชัดในภาพให้มีมากพอ เพื่อถ่ายทอดรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน เช่นภาพวิว ภาพสถานที่ ขนาดรูรับแสงที่ใช้จึงมักมีขนาดเล็ก โดยมากจะอยู่ในช่วง f8 เป็นต้นไปจนถึง f16 หรือ f22 แต่กับภาพบางประเภท ระยะชัดเพียงน้อยนิดกลับทำให้ภาพดูดีกว่า เช่นการถ่ายภาพบุคคล หรือภาพพอร์ทเทรต เมื่อเราปล่อยให้สิ่งต่างๆในภาพเลือนหายไปอยู่นอกระยะชัด คนในภาพจะดูลอยเด่นเป็นที่น่าสนใจยิ่งขึ้น เราอาจเลือกใช้รูรับแสงได้ตั้งแต่ f1.4 ไปจนถึง f5.6 ซึ่งเป็นขนาดรูรับแสงที่ให้ระยะชัดไม่มากนัก เพื่อขจัดส่วนอื่นออกไป ทั้งนี้ทั้งนั้น การจะเลือกใช้ขนาดรูรับแสงเท่าใด ขึ้นอยู่กับลักษณะของภาพที่ถ่ายและแนวชอบของช่างภาพแต่ละคนเป็นหลัก ไม่ถือเป็นกฏตายตัวแต่อย่างใด
|