 |
 |
| นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ในการแก้ปัญหา เป็นภาพที่ผมจัดถ่ายในสตูดิโอ โจทย์ของภาพคือต้องการเน้นความมันเงาของก้อนหิน และยังต้องเห็นหยดน้ำและวงกระเพื่อมบนผิวน้ำ ความยากอยู่ที่การคุมแสงสะท้อนทั้งที่ก้อนหินและผิวน้ำ เพราะเมื่อจัดไฟให้แสงสะท้อนบนก้อนหิน ผิวน้ำก็จะสะท้อนแสงไปด้วยทำให้มองเห็นวงกระเพื่อมและหยดน้ำได้ไม่ชัดเจน ไม่น่าเชื่อว่าปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อนในการจัดแสงไฟเพื่อให้ทุกอย่างลงตัวกลับแก้ได้ง่ายๆ ด้วยฟิลเตอร์โพลาไรซ์เพียงตัวเดียว และยังให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจด้วย (ชี้เมาส์ที่ภาพเพื่อดูเปรียบเที่ยบ) |
| ภาพนี้จัดไฟโดยใช้ซอฟท์บอกซ์สองดวง ดวงแรกวางตำแหน่งให้ขอบล่างซอฟท์บอกซ์อยู่ต่ำกว่าถาดที่ใช้ใส่น้ำและก้อนหินเล็กน้อย ด้านบนของซอฟท์บอกซ์เงยขึ้นปรับเอียงลักษณะก้มลงทำมุม 45 องศาหันเข้าหากล้อง วิธีนี้จะทำให้เกิดแสงฉาบลงด้านบนของก้อนหินและรวมไปถึงผิวน้ำด้วย ซอฟท์บอกซ์อีกดวงสำหรับเปิดเงาด้านหน้าของก้อนหินโดยตั้งอยู่ข้างซ้ายใกล้กับตัวกล้อง เมื่อถ่ายทดสอบดูภาพแรกผมได้แสงบนก้อนหินตามที่ต้องการ แต่เมื่อลองหยดน้ำลงไป แสงสะท้อนสีขาวที่ฉาบบนผิวน้ำทำให้มองเห็นวงกระเพื่อมได้ไม่ชัดเจน ต่ำแหน่งแสงที่จะสะท้อนให้เห็นวงกระเพื่อมของผิวน้ำได้ดีควรเป็นแสงที่ส่องจากด้านข้าง แต่ในกรณีนี้ไม่สามารถทำได้เนื่องจากต้องการคุมแสงสะท้อนบนก้อนหิน เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์ผมจึงต้องถ่ายแยกเป็นสองชอท แล้วนำภาพมารีทัชรวมเข้าด้วยกัน โดยชอทแรกเน้นแสงที่ก้อนหินและอีกชอทเน้นแสงที่ผิวน้ำ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะต้องจัดตำแหน่งแสงไฟใหม่เพื่อให้เห็นวงกระเพื่อมนำที่ชัดเจนเมื่อถ่ายชอทที่สอง แต่กรณีนี้ผมแก้ปัญหาด้วยการใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์เป็นตัวควบคุมแสงสะท้อนทั้งสองภาพ โดยภาพแรกปรับฟิลเตอร์ให้แสงสะท้อนผ่านได้ตามปกติเพื่อเน้นความมันวาวของแสงสะท้อนที่ฉาบลงบนก้อนหิน |
 |
ภาพแรกถ่ายโดยติดฟิลเตอร์โพลาไรซ์ที่หน้าเลนส์ แต่ปรับหมุนให้แสงสะท้อนผ่านได้ตามปกติ จัดตำแหน่งไฟโดยวางซอฟท์บอกซ์ไว้เหนือก้อนหินและผิวน้ำทำมุมเฉียงย้อนเข้าหากล้อง เพื่อให้เกิดแสงสะท้อนฉาบลงบนก้อนหิน จะเห็นว่าผิวน้ำได้รับแสงสะท้อนสีขาวด้วยทำให้มองเห็นวงกระเพื่อมของน้ำได้ไม่ชัดเจน F22, 1/60 วินาที |
|
| จัดการกับแสงบนผิวน้ำ |
ในการถ่ายชอทที่สอง แทนที่จะต้องจัดแสงใหม่เพื่อให้ได้เงาสะท้อนของวงกระเพื่อมบนผิวน้ำที่สวยงาม ผมก็เพียงแต่ปรับฟิลเตอร์โพลาไรซ์ที่หน้าเลนส์จนได้มุมที่ตัดแสงสะท้อนบนผิวน้ำออกให้เหลือน้อยจนน้ำเกือบเป็นสีดำ โดยดูผลจากไฟนำของหัวแฟลชเป็นแนวทาง คงตำแหน่งแสงทุกอย่างไว้เช่นเดิมไม่มีการย้ายตำแหน่งไฟแต่อย่างใด สิ่งที่หายไปด้วยกับการปรับฟิลเตอร์โพลาไรซ์ก็คือแสงสะท้อนบนก้อนหินทั้งหลาย แต่ไม่สำคัญเนื่องจากภาพนี้เราต้องการใช้เพียงผิวน้ำเท่านั้น เมื่อลองหยดน้ำลงไปคลื่นที่แตกเป็นวงสะท้อนแสงเป็นขอบขาวตัดกับผิวน้ำสีเข้มมองเห็นได้อย่างชัดเจนตามที่ต้องการ วิธีนี้นอกจากช่วยให้ไม่ต้องเหนื่อยขยับย้ายตำแหน่งไฟเพื่อถ่ายภาพเงาสะท้อนน้ำใหม่ แต่ยังช่วยให้ขั้นตอนการรวมภาพด้วยโปรแกรมตกแต่งทำได้สะดวกยิ่งขึ้น เนื่องจากแสงเงาของทั้งสองภาพไม่ได้เปลี่ยนไป |
 |
ภาพที่สองถ่ายโดยปรับฟิลเตอร์โพลาไรซ์ให้ได้มุมที่ตัดแสงสะท้อนบนผิวน้ำให้เหลือน้อยจนผิวน้ำกลายเป็นสีเข้มจนเกือบดำ เป็นผลทำให้แสงสะท้อนบนก้อนหินหายไปด้วย เมื่อผิวน้ำกระเพื่อมจะเกิดแสงสะท้อนสีขาวเป็นวงชัดเจน ใช้ค่าการบันทึกภาพตามเดิมรวมไปถึงตำแหน่งไฟทุกอย่างยังคงเดิม |
|
|
จากนั้นจึงนำภาพทั้งสองมารวมเข้าด้วยกันด้วยโปรแกรมโฟโตชอป โดยใช้ส่วนของก้อนหินจากการถ่ายครั้งแรกและผิวน้ำจากการถ่ายครั้งที่สอง จะเห็นว่าภาพกลมกลืนเข้ากันได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวไปแล้วนั่นคือเป็นการถ่ายด้วยตำแหน่งไฟเหมือนกันทำให้แสงเงาของภาพทั้งสองไม่เปลี่ยน สำหรับคนที่เคยถ่ายภาพด้วยแฟลชสตูดิโอคงพอจะทราบว่าการเซตอัพตำแหน่งไฟในแต่ละครั้งต้องเสียเวลาพอสมควร วิธีนี้จึงช่วยลดขั้นตอนและประหยัดเวลาในการทำงานมากทีเดียว
บ่อยครั้งในการถ่ายภาพสตูดิโอที่ต้องควบคุมแสงสะท้อนบนผิววัตถุผมมักจะใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์มาช่วยด้วยเสมอ มันเป็นวิธีที่สะดวกและช่วยให้ผมสามารถปรับลดแสงสะท้อนให้พอดีกับความต้องการได้อย่างง่ายดาย ด้วยเหตุนี้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์จึงถือเป็นอุปกรณ์สำคัญชิ้นหนึ่งสำหรับงานถ่ายภาพทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ของผม
|
 |
และนี่คือภาพผลลัพธ์ที่ได้โดยใช้โปรแกรมโฟโตชอปรวมภาพเข้าด้วยกัน ส่วนบนของภาพบริเวณก้อนหินได้มาจากการถ่ายครั้งแรก และผิวน้ำจากการถ่ายครั้งที่สอง ภาพกลมกลืนเข้ากันได้ดีเพราะถ่ายจากสภาพแสงเดียวกันทำให้การตัดต่อภาพทำได้อย่างง่ายดาย |
|