การทำภาพแบบ HDR

hdr_head
hdr_final-850

การทำภาพแบบ HDR (High dynamic range) เป็นเทคนิคที่จะช่วยให้เราได้ภาพที่ยากต่อการถ่ายแบบปกติทั่วไป นั่นคือภาพที่มีช่วงความเปรียบต่างของแสงสูงมาก ซึ่งถ้าเป็นการถ่ายภาพตามปกติกล้องจะไม่สามารถเก็บรายละเอียดได้ทั้งหมด อาจมีบางจุดที่สว่างโอเว่อร์หรือมืดดำจนไม่เหลือรายละเอียดให้เห็น สถานการณ์ที่เราจะเจอสภาพแสงแบบนี้มีมากมายครับ โดยเฉพาะกับการถ่ายในลักษณะย้อนแสง หรือการถ่ายภาพวิวในช่วงอาทิตย์ขึ้นและตก ความสว่างของท้องฟ้าจะแตกต่างกับพื้นที่ส่วนอื่นในภาพมากจนทำให้เราต้องเลือกว่าจะให้ความสำคัญตรงส่วนไหนและเลือกที่จะเก็บรายละเอียดส่วนนั้นไว้ เทคนิคการทำภาพแบบ HDR จะช่วยให้เราสามารถเก็บรายละเอียดภาพในสถานการณ์แบบนี้ได้ทั้งหมด แต่การจะใช้เทคนิคการทำภาพแบบ HDR นั้น เราจะต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่ขั้นตอนการถ่าย ด้วยการบันทึกภาพเพื่อเก็บรายละเอียดให้ได้ทั้งหมดโดยไล่ลำดับตั้งแต่ส่วนที่สว่างสุดไปจนส่วนที่มืดสุด แล้วจึงนำภาพทั้งหมดมาเข้ากระบวนการรวมภาพโดยใช้โปรแกรมสำหรับทำภาพ HDR โดยเฉพาะ หรือถ้ามีทักษะในการใช้โปรแกรมแต่งภาพอย่างโฟโต้ชอปพอสมควร ก็อาจใช้วิธีตัดต่อแต่ละส่วนมารวมกันด้วยตัวเองก็จะสามารถควบคุมปรับแต่งได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด วิธีหลังเน้นว่าต้องละเอียดและใจเย็นด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นแล้วภาพจะไม่เนียน กระด่างกระดำเป็นจ้ำแสง ที่เลวร้ายสุด ๆ ก็อาจกลายเป็นภาพสิ่งมหัศจรรย์ไปเลย เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นภาพลักษณะนี้มาบ้างแล้ว ที่คนในภาพเหมือนมีอิทธิฤทธิ์รอบตัวมีแสงเรืองออกมา ภาพตึกหรือภูเขาเรืองแสงคือเหมือนมีรัศมีแสงอยู่รอบ ๆ ตัวซับเจค ซึ่งเกิดจากการปรับแต่งช่วงรอยต่อแสงไม่แนบเนียน
ในตอนนี้ผมจะแนะนำวิธีการทำภาพแบบ HDR โดยใช้โปรแกรมยอดนิยม Photomatix Pro ซึ่งใช้งานง่ายสะดวกรวดเร็ว และเสริมการปรับแต่งเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยด้วยโปรแกรมโฟโต้ชอป เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์และใกล้เคียงในแบบที่เราต้องการได้มากที่สุด สำหรับโปรแกรม Photomatix Pro สามารถดาวน์โหลดมาทดลองใช้ได้ฟรีจากเว็บไซต์ www.hdrsoft.com ซึ่งเวอร์ชั่นทดลองจะมีพรายน้ำปรากฏขึ้นในภาพ ลองใช้งานกันดูก่อนครับถ้าถูกใจค่อยซื้อตัวลิขสิทธิ์จริงมาใช้

อันดับแรกต้องเตรียมภาพที่จะใช้ทำ HDR ก่อน ด้วยการถ่ายภาพเพื่อเก็บรายละเอียดให้ได้หมดตั้งแต่ส่วนที่สว่างสุดไปจนถึงส่วนที่มืดสุด จะใช้จำนวนกี่ภาพต้องขึ้นอยู่กับสภาพแสงในตอนนั้นว่ามีช่วงความต่างของแสงมากน้อยขนาดไหน วิธีที่สะดวกและรวดเร็วก็ให้ใช้ระบบบันทึกภาพแบบคร่อมค่าแสงอัตโนมัติหรือ Auto bracketing ตั้งค่าความต่างของแสงในแต่ละภาพตามต้องการ โดยมากผมจะใช้ที่ 1 สตอป ซึ่งเพียงพอต่อการไล่โทนแสงได้แล้ว จากนั้นก็กำหนดจำนวนสำหรับถ่ายคร่อมค่าแสง ส่วนใหญ่จะเลือกได้ 3 ภาพ 5 ภาพ 7 ภาพ หรือ 9 ภาพ ขึ้นอยู่กับกล้องของแต่ละคนครับ โหมดบันทึกภาพแนะนำให้ใช้โหมด A หรือ Av เพื่อกำหนดค่ารูรับแสงให้คงที่ หรือจะใช้เป็นโหมดแมนนวล (M) ก็ได้ แต่ต้องตั้งระบบ Auto bracketing ให้เปลี่ยนเฉพาะค่าความเร็วชัตเตอร์ซึ่งกล้องบางรุ่นจะสามารถตั้งค่าในส่วนนี้ได้ แต่ถ้ากล้องไม่มีระบบ Auto bracketing ก็ให้ปรับเปลี่ยนความเร็วชัตเตอร์เองในแต่ละภาพแต่ต้องระมัดระวังอย่าให้กล้องขยับเด็ดขาด  เวลาถ่ายแนะนำให้ใช้ขาตั้งกล้องร่วมกับสายลั่นชัตเตอร์ และถ้ากล้องมีระบบล็อคกระจกก็ควรใช้ด้วยนะครับ ยิ่งเราถ่ายภาพได้นิ่งสุดเท่าไหร่เราก็จะยิ่งทำภาพ HDR ได้เนียนมากสุดเท่านั้น โหมดไวท์บาลานซ์ถ้าเป็นไปได้ให้ปรับตั้งค่าไวท์บาลานซ์ด้วยตัวเอง หลีกเลี่ยงโหมดออโต้ไวท์บาลานซ์จะดีที่สุดครับ ทำการโฟกัสภาพให้เรียบร้อยแล้วยกเลิกระบบออโต้โฟกัสด้วย ที่สำคัญควรถ่ายเป็น RAW File ครับเพื่อให้ไฟล์ภาพมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งได้มากที่สุดในชุดภาพตัวอย่างที่ผมนำมาทำ HDR เป็นภาพที่ถ่ายด้วยค่าแสงต่างกันภาพละ 1 สตอป จำนวน 3 ภาพ บริเวณท้องฟ้ามีเมฆลอยกระจัดกระจาย เมื่อขยายดูภาพทั้งสามจะเห็นว่าในแต่ละภาพเมฆมีการเคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่ง จุดนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับการใช้โปรแกรมทำภาพ HDR เพราะสิ่งที่เคลื่อนไหวจะทำให้ภาพซ้อนกันได้ไม่สนิท แต่ไม่เป็นไรครับผมมีวิธีแก้ ซึ่งเราจะจัดการมันในตอนท้าย
hdr_original
Step 1
เปิดโปรแกรม Photomatix Pro คลิ๊กปุ่ม Generate HDR image จะมีหน้าต่างป๊อปอัพปรากฏขึ้น ให้เลือกไฟล์ภาพทั้งหมดที่เราถ่ายมาเพื่อทำภาพ HDR จากนั้นคลิ๊กปุ่ม OK
hdr_001
Step 2
จากนั้นจะมีหน้าต่าง Generate HDR Options ขึ้นมาให้เราเลือก เพื่อปรับแก้ข้อผิดพลาดต่าง ๆ ในที่นี้ผมเลือกที่ Align Source images เพื่อแก้ไขความเหลื่อมของแต่ละภาพที่อาจเกิดขึ้นได้ เสร็จแล้วคลิ๊ก OK ตัวโปรแกรมก็จะนำภาพเข้ามา
hdr_002
Step 3
เมื่อปรากฏภาพขึ้นมาอย่าเพิ่งตกใจนะครับ ภาพที่เห็นเป็นภาพที่ยังไม่ได้ผ่านการโพรเซส ต้องผ่านขั้นตอนการปรับตั้งค่าต่าง ๆ เสียก่อน ให้คลิ๊กที่ปุ่ม Tone Mapping
 hdr_003
Step 4
เมื่อเข้าสู่ในส่วนของ Tone Mapping Settings เราจะเห็นว่ามีค่าต่าง ๆ ให้เราสามารถปรับแต่งได้มากมาย ถ้าหากไม่ต้องการความสะดวกรวดเร็วก็ให้ปรับแต่งจากตรงนี้ได้เลย ซึ่งมีค่าให้ปรับทั้งในส่วนของแสง และโทนสีของภาพ แนะนำให้ลองปรับแต่งเล่นแต่ละตัวแล้วสังเกตผลต่างที่ได้ หากไม่พอใจก็ให้คลิ๊กที่ปุ่ม Undo ที่อยู่แถว ๆ ด้านล่างเป็นรูปลูกศรวกกลับเพื่อยกเลิกคำสั่ง
ส่วนตัวผมเองจะไม่ค่อยได้ปรับแต่งในที่นี้เท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเน้นไปทำในขั้นตอนของโฟโต้ชอปเสียมากกว่า ที่จะมีปรับแต่งบ้างก็จะเป็นค่า Strength ในส่วนของ Details Enhancer ซึ่งเป็นตัวควบคุมให้ภาพดูเป็นธรรมชาติหรือดูเกินจริง ตรงนี้ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนนะครับ ค่าตั้งต้นของตัวโปรแกรมจะอยู่ 70 ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะให้ผลน่าพอใจอยู่แล้ว แต่สำหรับบางภาพถ้าต้องการให้ดูแปลกตาคล้ายกับภาพในเทพนิยาย ให้ลองปรับค่า Strength เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ดู คุณอาจจะชอบก็ได้ สำหรับในตัวอย่างนี้ผมปล่อยค่า Strength ไว้ที่ 70 ตามที่โปรแกรมตั้งไว้ให้ แต่ไปปรับในส่วนของ Color Settings โดยปรับเลื่อนค่า Temperature เพิ่มเป็น 4 เพื่อให้ภาพมีโทนสีอุ่นขึ้น
hdr_004
Step 5
เมื่อเซ็ทอัพทุกอย่างจนพอใจแล้วก็ให้คลิ๊กปุ่ม Process ได้เลย จากนั้นรอสักครู่ก็จะได้ภาพผลลัพธ์ออกมา ให้ทำการเซฟภาพโดยคลิ๊กที่เมนู File แล้วเลือก Safe As ตั้งชื่อไฟล์ คลิ๊กเลือก Save as type ให้เป็น TIFF 16-bit จากนั้นติ๊กในช่อง Open saved images with แล้วเลือกในเช็คบ๊อกซ์ให้เป็น Adobe Photoshop CS4
hdr_005
Step 6
เมื่อคลิ๊กปุ่ม Save โปรแกรมโฟโต้ชอปก็จะถูกเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติพร้อมกับภาพที่เราได้ทำ HDR จาก Photomatix Pro คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะปรับแต่งเพิ่มเติมมากน้อยแค่ไหน ในภาพตัวอย่างนี้ผมรู้สึกว่ามันค่อนข้างสว่างไปหน่อยในบางจุด เฉพาะที่โฟร์กราวน์ตรงส่วนของก้อนหินด้านหน้า เลยใช้เครื่องมือ Burn Tool จากทูลบอกซ์ด้านซ้าย เพื่อปรับให้ส่วนนี้เข้มขึ้น โดยตั้งค่า Range ไว้ที่ Midtones และค่า Exposure ตั้งไว้ที่ 10% ใช้หัวแปรงขนาดใหญ่และลดความคมของขอบให้เหลือ 0% แล้วค่อย ๆ ลากเมาส์ไปให้ทั่วบริเวณที่ต้องการปรับแสงให้เข้มขึ้น
hdr_006
Step 7

ทีนี้ก็เหลือขั้นตอนสุดท้ายในการแก้ไขจุดบกพร่องที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของเมฆ ลองดูจากภาพขยายจะเห็นว่ามีรอยด่างของสีอยู่หลายจุด ซึ่งเกิดจากการซ้อนกันไม่สนิท วิธีแก้ของผมก็คือใช้ไฟล์ภาพต้นฉบับจากชุดที่ถ่ายมาก่อนจะทำ HDR โดยเลือกภาพที่ท้องฟ้าเข้มกำลังดี แล้วลากเข้ามาไว้ที่เลเยอร์บนสุด ปรับแต่งโทนสีและแสงให้ได้ใกล้เคียงกันกับภาพที่ทำ HDR แล้ว

hdr_007

hdr_008
Step 8
เสร็จแล้วให้ทำการรวมเลเยอร์ทั้งหมดยกเว้นเลเยอร์ Background โดยคลิ๊กที่เลเยอร์บนสุด กดปุ่ม Shift ค้างไว้แล้วคลิ๊กที่เลเยอร์ Background copy 2 กดปุ่ม Ctrl+E ที่คีย์บอร์ด เลเยอร์ที่เลือกก็จะรวมเป็นเลเยอร์เดียว จากนั้นใช้เครื่องมือ Eraser Tool จากทูลบอกซ์ซ้ายมือ หรือกดปุ่ม E ที่คีย์บอร์ด ตั้งค่า Opacity ที่ 100% ใช้หัวแปรงขนาดใหญ่แบบขอบฟุ้ง แล้วทำการลบส่วนล่างของเลเยอร์บนออกหมด ให้เหลือแต่บริเวณท้องฟ้าเท่านั้น ตรงส่วนของรอยต่อระหว่างท้องฟ้ากับผาหินก็ระบายล้ำไปในส่วนของท้องฟ้าได้เลย เนื่องจากท้องฟ้าในส่วนล่างของทั้งสองเลเยอร์จะไม่แตกต่างกันมากเนื่องจากเมฆอยู่ไกล เราจึงไม่เห็นการเคลื่อนที่ที่ชัดเจน จะมีก็แต่บริเวณด้านบนที่เห็นเมฆก้อนใหญ่เท่านั้น
hdr_009
Step 9
แล้วก็มาถึงขั้นตอนสุดท้าย ให้ทำการรวมเลเยอร์ทั้งหมดโดยกดปุ่ม Shift+Ctrl+E เสร็จแล้วก็ปรับแต่งความคมของภาพด้วยเมนู Filter / Sharpen / Smart Sharpen ในภาพนี้ผมใช้ค่า Amount ที่ 200% Radius: 0.2 เลือก Remove เป็น Lens Blur ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการทำภาพ HDR แบบลูกผสมที่ใช้ทั้งโปรแกรม Photomatix Pro และ Photoshop ร่วมกัน
hdr_010
gototop_button

Attention Please!

เนื่องจากเนื้อหาในเว็บเป็นการรวบรวมข้อมูลจำนวนมาก จึงอาจมีข้อผิดพลาดและข้อมูลที่ตกหล่น ทางคณะผู้จัดทำต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ และหากว่าท่านจะสละเวลาเพื่อแจ้งสิ่งที่ท่านพบเห็นเพื่อที่ทางเราจะได้รีบดำเนินการแก้ไข ทีมงานจะยินดีและขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง admin@zmos.net

เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนที่รักการถ่ายภาพ หากท่านมีความคิดเห็นที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อแวดวงถ่ายภาพของเรา สามารถส่งคำแนะนำของท่านมาได้ เรายินดีรับฟังทุกความคิดเห็น admin@zmos.net