 |
 |
| ภาพนี้ถ่ายบริเวณหินหัวสุนัขช่วงแสงแรกของวันก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น เป็นจุดที่ถ่ายดวงอาทิตย์ขึ้นสวยมากจุดหนึ่ง (ถ้าหาหัวสุนัขในภาพไม่เจอให้เอาเมาส์ชี้ที่ภาพ) ในความเป็นจริงขณะถ่ายภาพนี้ฟ้ายังมืดมากต้องใช้ไฟฉายส่องทาง มีเพียงแสงเรืองๆ ที่ขอบฟ้า ด้วยความที่เปิดชัตเตอร์นานเลยทำให้ฟ้าดูสว่างเกินจริง ภาพนี้เป็นมุมที่ถ่ายแบบย้อนแสง ถ้าถ่ายตามปกติด้วยแสงธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ผาหินทั้งสองฝั่งจะมืดสนิท ระหว่างที่ชัตเตอร์เปิดค้างอยู่ผมต้องวิ่งเอาแฟลชไปยิงเพื่อให้แสงบริเวณผาหินทั้งสองฝั่ง F5.6 ชัตเตอร์ B เปิดค้างนาน 8 นาที |
| มหัศจรรย์ 3000 โบก |
"มหัศจรรย์ 3000 โบก" สำหรับคนที่ยังไม่เคยไปอาจรู้สึกว่าประโยคนี้มันดูเว่อร์ไปหน่อย แต่หากใครที่มีโอกาสไปสัมผัสมาแล้วเชื่อแน่ว่าต้องเห็นด้วยกับประโยคนี้อย่างแน่นอน ไม่อยากเชื่อว่าสถานที่ที่ทั้งสวยและน่ามหัศจรรย์ขนาดนี้จะเล็ดลอดการท่องเที่ยวและสายตาของช่างภาพมาได้ราวกับว่ามันเพิ่งถูกสร้างขึ้นมาได้เพียงไม่กี่ปี ทั้งที่ความเป็นจริงมันอยู่อย่างสงบเงียบคู่กับวิถีของชาวบ้านมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี ตัวผมเองถึงแม้เป็นช่างภาพที่ตระเวนถ่ายตามสถานที่ท่องเที่ยวมาสารพัดทั้งขึ้นเหนือล่องใต้ ดินแดนอีสานก็นับว่าไปบ่อยมาก แต่ยอมรับว่าเพิ่งเคยได้ยินชื่อ 3000 โบก เมื่อสองปีมานี่เอง ทันทีที่ผมได้ไปเหยียบดินแดนแห่งนี้เป็นครั้งแรกคำถามก็เกิดขึ้นในใจทันที ว่าเหตุใดมันจึงตกสำรวจไปจากแผนที่ท่องเที่ยวได้ ทั้งที่เมื่อเทียบกับที่อื่นๆ แล้วมันยิ่งใหญ่น่าตื่นตาตื่นใจกว่าหลายที่ที่ผมเคยไปมาเสียอีก ในแง่ของการถ่ายภาพ บอกได้เลยไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ดูน่าถ่ายไปหมด มีมุมให้เลือกถ่ายแบบไม่ซ้ำได้สารพัดหลากหลาย ขอเพียงแค่มีเวลาสำรวจตรวจตราเท่านั้น ไม่ว่าจะถ่ายแบบแลนด์สเคปที่เก็บเอาความยิ่งใหญ่อย่างที่หลายคนเคยเปรียบเอาไว้ว่าแกรนด์แคนยอนแห่งสยาม หรือจะถ่ายแบบเก็บรายละเอียดเน้นเฉพาะส่วน ที่นี่ทุกซอกหลืบของหินผาล้วนมีมุมมองที่น่าสนใจซ่อนอยู่ ลวดลายลีลาของหลุมหรือ โบก ในภาษาอีสาน ที่มีตั้งแต่โบกเล็กโบกน้อยไปจนถึงโบกขนาดใหญ่ รับรองได้ว่าหันไปทางไหนก็ถ่ายได้หมด |
 |
| ช่วงที่ดวงอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า เมฆที่กระจายเป็นกลุ่มทำให้เกิดแสงลอดเป็นลำ ถ่ายในมุมเดียวกันกับภาพแรกแต่เดินเลยตำแหน่งหินหัวสุนัขขึ้นไป สภาพแสงที่ท้องฟ้ากับผาหินที่เป็นโฟร์กราวด์ต่างกันมาก จึงต้องถ่ายสองภาพเพื่อทำ HDR ด้วยโฟโตชอป โดยภาพแรกวัดแสงที่ท้องฟ้าส่วนภาพที่สองวัดแสงที่ผาหินแต่ปรับให้อันเดอร์เล็กน้อย เลนส์ 12 - 24 มม., F11, 1/100 วินาที และ F11, 1/20 วินาที |
|
ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่เกิดจากพลังของสายน้ำโขงไหลปะทะกับแนวเทือกเขาภูพานตอนปลาย ทำให้เกิดปฏิมากรรมทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเกาะแก่งมากมาย ทำให้เกิดกระแสน้ำไหลวนในช่วงฤดูน้ำหลาก แก่งหินที่จมอยู่ใต้น้ำถูกกัดเซาะด้วยพลังแห่งน้ำวนเป็นเวลานานจนทำให้กลายเป็นแอ่งหลุม พอถึงช่วงหน้าแล้งยามที่น้ำโขงแห้งขอดก็จะปรากฏให้เราเห็นเป็นหลุมบ่อมากมายนับไม่ถ้วน จนเป็นที่มาของชื่อ 3000 โบก ซึ่งคำว่า "โบก" ในภาษาอีสาน หรือภาษาลาวหมายถึง บ่อหรือหลุม คำว่าดินแดน 3000 โบก จึงหมายถึงดินแดนที่มีบ่อหรือแอ่งน้ำมากมายถึง 3000 แอ่ง แต่ในความเป็นจริงหากจะนับโบกที่ปรากฏในช่วงหน้าแล้งคงเกิน 3000 โบกอย่างแน่นอน
|
 |
| แสงแดดอุ่นๆ ช่วงที่ดวงอาทิตย์เพิ่งพ้นขอบฟ้าไม่นานช่วยเน้นให้ผาหินเป็นสีส้มแดง นี่แหละที่เค้าเรียก "แกรนด์แคนยอนแห่งสยาม" เลนส์ 12 - 24 มม., F11, 1/30 วินาที |
| อุปกรณ์ |
สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากเดินทางไปถ่ายภาพที่สามพันโบก แนะนำว่าควรมีเลนส์มุมกว้างสักตัว ยิ่งกว้างได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดีรับรองว่าได้ใช้มันอย่างคุ้มค่าแน่นอน ส่วนเลนส์ช่วงอื่นๆ ก็ควรติดไปด้วยเพราะอย่างที่บอกที่นี่มีความหลากหลายมาก เลนส์ซูมช่วงกลางไปจนถึงเทเลช่วงต้นที่ผมนำไปด้วยได้ใช้ครบหมด แต่ที่ได้ใช้มากสุดก็จะเป็นช่วงไวด์ขนาด 10 - 24 มม. อุปกรณ์ที่สำคัญลำดับต่อมาคือขาตั้งกล้อง สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นถ่ายภาพอยากเน้นว่าควรฝึกใช้มันให้ติดเป็นนิสัย การที่ต้องคอยกางขาตั้งประกอบกล้องอาจต้องเสียเวลาบ้างแต่มันก็ฝึกให้เราเป็นคนใจเย็นและรอบคอบ มันช่วยให้เราพิถีพิถันกับองค์ประกอบภาพได้มากขึ้นรักษาระดับแนวเส้นขอบฟ้าได้ดีกว่าการถือถ่ายด้วยมือ ในบางภาพที่เราต้องการช่วงความชัดในภาพแบบสุดๆ ตั้งแต่หน้าเลนส์ไปยันสุดขอบฟ้า เราก็สามารถเลือกขนาดรูรับแสงให้แคบมากๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลถึงความเร็วชัตเตอร์ว่าจะต่ำแค่ไหน ที่สำคัญถ้าต้องการถ่ายช่วงอาทิตย์ขึ้นหรือตก ช่วงแสงแรกและแสงสุดท้ายของวัน ขาตั้งกล้องคือสิ่งที่ขาดไม่ได้เพราะจำเป็นต้องใช้ความไวชัตเตอร์ที่ต่ำมากๆ ฟิลเตอร์โพลาไรซ์หากมีควรนำติดไปด้วย เพราะในบางมุมมันจะช่วยให้เราได้ท้องฟ้าสีเข้มสะใจโดยเฉพาะในวันที่ไร้เมฆฝน และยังช่วยให้เราควบคุมแสงสะท้อนบนผิวน้ำได้อย่างที่ต้องการว่าจะให้มีมากหรือน้อยแค่ไหน ในบางจุดเราอาจต้องการให้น้ำมีแสงสะท้อนเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เห็นโบกหินที่อยู่ใต้ผิวน้ำ แต่ในบางช่วงเวลาที่ฟ้าใสเมฆสวยเราอาจต้องการผิวน้ำที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนกระจกที่สะท้อนเอาทุกสิ่งทุกอย่างมาไว้ในตัว ช่วงที่เหมาะกับการถ่ายภาพที่ 3000 โบกมากที่สุดคือช่วงหน้าแล้ง เพราะจะทำให้เห็นโบกและผาหินขณะน้ำลดได้เต็มที่ นั่นหมายถึงว่าในตอนกลางวันคุณก็ต้องเผชิญกับแสงแดดที่ร้อนผ่าวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ขวดน้ำจึงเป็นสิ่งจำเป็นอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ สำหรับคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชายที่สำอางหน่อยควรเตรียมครีมกันแดดเบอร์เข้มๆ และเสื้อแขนยาวกับหมวกแบบปีกรอบอีกสักใบก็จะยิ่งเพอร์เฟค |
 |
| ความงามของธรรมชาติที่เกิดจากพลังแห่งสายน้ำ ร่องรอยตามผาและโบกใต้น้ำ หากไม่ใช่ช่วงหน้าแล้งภาพนี้จะไม่มีปรากฏให้เห็น เลนส์ 12 - 24 มม., F8, 1/80 วินาที |
| ช่วงเวลาที่เหมาะสม |
ช่วงที่เหมาะกับการถ่ายภาพที่สามพันโบกมากที่สุดจะเป็นช่วงหน้าแล้ง คือตั้งแต่ปลายปีไปจนถึงเดือนเมษายน เพราะเป็นช่วงที่น้ำโขงลดระดับลงมาก ทำให้เราได้เห็นโบกและผาหินขนาดใหญ่ได้อย่างเต็มที่ จุดที่เป็นไฮไลท์ต่างๆ ของที่นี่ก็จะปรากฏให้เห็น ตัวผมเองเคยไปช่วงหน้าฝนกลางเดือนกรกฎาคม โบกส่วนใหญ่จมอยู่ในน้ำแต่ก็ใช่จะไม่มีอะไรให้ถ่าย บรรยากาศจะเป็นอีกแบบหนึ่ง มีน้ำขังอยู่ตามโบกส่วนใหญ่ถ้าชอบถ่ายแบบเงาสะท้อนน้ำก็ยังพอจะหามุมสวยๆ ถ่ายได้บ้างเหมือนกัน การเดินทางไปยังสามพันโบก ถ้านับจุดเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ ต้องถือว่าไกลพอสมควร ระยะทางจากกรุงเทพฯ ไปอุบลฯ ราวหกร้อยกิโลฯ จากอุบลฯ ไปสามพันโบกอีกร่วม 120 กิโลฯ พอๆ กับไปเชียงใหม่เลยครับ ดังนั้นถ้ามีเวลาไม่มากก็จำเป็นต้องคำนวนเวลาในการเดินทางให้ดี เพื่อจะได้มีเวลาถ่ายภาพในช่วงแสงสวยด้วย ถ้าไม่ได้ค้างคืนอย่างน้อยก็ต้องเดินทางไปให้ถึงตอนเช้ามืดเพื่อถ่ายดวงอาทิตย์ขึ้น และช่วงแสงเหลืองหลังดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว ช่วงนี้แสงจะสวยมาก ด้วยทิศทางแสงที่ส่องเฉียงประกอบกับสีเหลืองเข้มของแดดเมื่อกระทบกับผาหินแล้วจะกลายเป็นสีแดง ถ้าพลาดช่วงนี้ไปต้องบอกว่าน่าเสียดายมากๆ ตอนสายของวันแสงจะแข็งเงาจัดคอนทราสต์แรงอาจต้องเปลี่ยนไปถ่ายเจาะตามซอกหลืบของเกาะแก่งและโบกแทน จนกว่าจะถึงช่วงเย็นใกล้ดวงอาทิตย์ตกซึ่งนับเป็นชั่วโมงทองอีกครั้งในรอบวัน ที่นี่เราจะถ่ายได้ตั้งแต่แสงแรกที่ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นไปจนถึงแสงสุดท้ายหลังดวงอาทิตย์ตกจนฟ้ามืด เพียงแต่ต้องเลือกรูปแบบการถ่ายให้เหมาะกับคุณภาพแสงในตอนนั้น |
 |
| ริ้วเมฆกับแสงสีทองยามเช้า ในวันที่น้ำนิ่งผืนน้ำจะทำหน้าที่เสมือนกระจก มุมสะท้อนน้ำแบบนี้หาได้ไม่ยากที่ 3000 โบก เลนส์ 12 - 24 มม., F11, 1/20 วินาที |
ถ้ามีเวลามากพอแนะนำให้นอนค้างสักหนึ่งหรือสองคืนจะดีมาก เพราะนอกจากจะได้ถ่ายตอนดวงอาทิตย์ขึ้นและตกแล้ว หากเลือกเดินทางไปในช่วงคืนเดือนมืดคุณจะได้เห็นดาวเต็มผืนฟ้าของสามพันโบกซึ่งสวยงามไม่แพ้ที่อื่นๆ ถ้าเคยดูโฆษณาของ ททท ชุด ๑๒ เดือน ๗ ดาว ๙ ตะวัน ที่พี่เบิร์ดเป็นพรีเซนเตอร์นอนดูดาวที่มอหินขาว กับประโยคที่ว่า "ถ้าเบิร์ดเลือกได้ เบิร์ดจะเลือกเที่ยวที่แปลกๆ ให้เหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยาย.................ที่ที่มีดาวทั้งจักรวาลอยู่รอบๆ ตัวเรา" แล้วก็เป็นภาพพี่เบิร์ดนอนบนผาหินใหญ่กับดาวนับพันล้านดวงบนท้องฟ้า บรรยากาศก็จะประมาณนั้นเลย (ถ้านึกภาพไม่ออกคลิกที่นี่) ขอย้ำว่าสวยงามมาก จะนอนชมดาวเฉยๆ หรือจะหยิบกล้องมาเซ็ทกับขาตั้งเพื่อถ่ายภาพเก็บไว้ก็นับเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก หากเป็นประเด็นหลังแนะนำให้เตรียมแฟลชหรือไฟฉายขนาดใหญ่ไฟแรงๆ ไปด้วย เนื่องจากเป็นคืนเดือนมืดไม่มีแสงจันทร์เราจึงต้องเพนท์แสงให้กับฉากที่เราเลือกมาไว้ในภาพด้วยแฟลชหรือไฟฉาย ไม่เช่นนั้นมันก็จะมืดสนิทเห็นแต่เพียงเส้นดาวในภาพเท่านั้น แต่ถ้าเป็นคืนเดือนหงายก็จะถ่ายภาพได้ง่ายขึ้นโดยอาศัยแสงสะท้อนจากดวงจันทร์ทำให้เก็บรายละเอียดทั่วทั้งบริเวณได้ดีกว่า แต่ก็จะเห็นเส้นดาวชัดเจนน้อยกว่าคืนเดือนมืด สำหรับคนที่ชอบถ่ายแสงจันทร์และเส้นสายของดาว ที่สามพันโบกนับเป็นที่ที่สวยงามและเหมาะอย่างยิ่ง เพราะมีฉากให้เลือกมากมายที่สำคัญคือเลือกถ่ายได้ทุกทิศทาง เนื่องจากเป็นที่โล่งไม่มีอะไรมาบดบัง |
 |
| โฉมหน้านายต้อมไกด์ท้องถิ่นที่ผมประทับใจในบริการ ภาพนี้ผมนอนถ่ายใต้โบกที่เป็นหลุมทะลุลงมาด้านล่าง ใช้แฟลชเป็นแสงเสริมเพื่อให้เห็นรายละเอียดของขอบโบกที่อยู่เหนือหัว จังหวะที่ผมถ่าย นายต้อมกำลังสงสัยกับท่าทางที่ทุลักทุเลของผมขณะนอนหามุมโดยไม่รู้หรอกว่ามีตัวเองติดเข้ามาในภาพด้วย เลนส์ 12 - 24 มม., F11, 1/50 วินาที, ใช้แฟลช |
| จุดถ่ายภาพที่สำคัญ |
แกรนด์แคนยอนแห่งสยาม จุดนี้นับเป็นไฮไลท์สำคัญของที่นี่ มีลักษณะเป็นร่องน้ำไหลผ่านผาหินสองฝั่งที่มีริ้วลายสวยงามอันเกิดจากการกัดเซาะของน้ำ ใต้ผิวน้ำลงไปยังเห็นเป็นโบกหินใหญ่น้อยเต็มไปหมด จุดที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่คือชะง่อนหินรูปหัวสุนัข เป็นจุดที่ถ่ายดวงอาทิตย์ขึ้นสวยมากจุดหนึ่ง และช่วงดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าใหม่ๆ แดดสีเหลืองส้มเมื่อส่องกระทบกับผาหินจะกลายเป็นสีแดงดูคล้ายกับแกรนด์แคนยอน ถ้าหากมีเวลาเก็บภาพที่สามพันโบกแค่เช้าเดียวคงต้องทำงานแข่งกับเวลาหน่อย เน้นว่าช่วงแสงแรกเป็นช่วงที่สวยงามมากถ้าต้องการเก็บภาพบริเวณนี้ หาดหงษ์ มีลักษณะเป็นหาดทรายกว้างใหญ่ ถ้าโชคดีเป็นวันที่นักท่องเที่ยวไม่มากและมีลมพัดอยู่ตลอด ก็จะได้ภาพริ้วทรายที่สวยงาม เลือกมุมดีๆ อาจทำให้คนที่เห็นภาพคิดว่าเป็นทะเลทรายของเมืองนอก ช่วงเวลาที่สวยงามจะเป็นช่วงเย็นก่อนดวงอาทิตย์จะลับฟ้า แสงแดดอุ่นๆ จะสะท้อนกับผืนทรายระยิบระยับและเน้นให้เห็นริ้วลายมากขึ้น เมื่อไปถึงบริเวณหาดควรเดินอย่างระมัดระวังไม่เช่นนั้นรอยเท้าที่สะเปะสะปะของคุณเองอาจทำให้ความงามของผืนทรายลดน้อยลง |
 |
| ที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติเมื่อเทียบกับมนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเรา ภาพนี้ถ่ายในช่วงเดือนกรกฎาคมครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสไปเยือน 3000 โบก เป็นช่วงที่น้ำโขงยังเยอะอยู่ แต่ก็ยังพอมีโบกใหญ่ๆ ให้เห็น เลนส์ 12 - 24 มม., F11, 1/60 วินาที |
สระมรกต คือโบกขนาดใหญ่มีน้ำขังตลอดปี เป็นอีกจุดที่ถ่ายดวงอาทิตย์ขึ้นได้สวยงาม เงาสะท้อนน้ำในโบกจะทำให้เห็นดวงอาทิตย์เป็นสองดวง และหากจัดมุมดีๆ ก็จะเห็นเงาสะท้อนเพิ่มอีกดวงจากแม่น้ำโขงรวมเป็น 3 ดวง ซึ่งเป็นจุดขายของที่นี่เลย "นอนชมดาวรอดูพระอาทิตย์ขึ้น 3 ดวง ที่สระมรกต" หาดสลึง บริเวณนี้จะเป็นหาดทรายกว้างยาวตลอดแนว ระดับน้ำไม่ลึกมากชาวบ้านและนักท่องเที่ยวชอบมาเล่นน้ำที่นี่ จนบางคนให้ฉายาว่า "พัทยาแห่งโพธิ์ไทร" ที่นี่มีมุมให้เลือกถ่ายพอสมควร แก่งหินบริเวณหาดสลึงจะต่างจากบริเวณสามพันโบกตรงที่แถวนี้จะเป็นเหลี่ยมสันมากกว่า สำหรับคนที่ต้องการค้างคืนแต่ไม่ต้องการนอนเต็นท์ก็คงต้องใช้ที่นี่เป็นจุดตั้งต้นในการเที่ยวชมสามพันโบก เพราะเป็นจุดใกล้สุดที่มีรีสอร์ทให้พัก บริเวณหาดมีเรือไว้บริการนักท่องเที่ยว ถ้าใช้บริการเรือจากจุดนี้จะได้ชม ปากบ้อง ซึ่งเป็นช่วงที่แคบสุดของแม่น้ำโขง ความกว้างของแม่น้ำจะเหลือเพียง 56 เมตรเท่านั้น จากนั้นเรือจะพาไปยัง บริเวณ หินหัวพะเนียง ซึ่งเป็นแก่งใหญ่ขวางกลางลำน้ำทำให้แม่น้ำโขงแยกเป็นสองสาย ภาษาชาวบ้านเรียกว่าสองคอน เป็นที่มาของชื่อเรียก บ้านสองคอน แห่งอำเภอโพธิ์ไทรอันเป็นที่ตั้งของ 3000 โบก จากนั้นเรือจะพาล่องไปเรี่อยจนสุดที่หาดหงษ์ ระหว่างทางหากต้องการถ่ายภาพตรงจุดไหนสามารถบอกกับคนขับเรือให้แวะได้ ค่าบริการเรือจากหาดสลึงจะอยู่ประมาณ 700 - 1000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ ควรตกลงราคาและชี้แจงจุดประสงค์ของเราให้เรียบร้อยก่อน เพราะช่างภาพอย่างเราจะใช้เวลาในแต่ละจุดนานกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งเรือส่วนใหญ่จะเข้าใจเพราะมีช่างภาพไปกันเยอะ |
 |
| ลำน้ำโขงกับความมหัศจรรย์ของสามพันโบก ในอดีตแก่งหินเหล่านี้ล้วนจมอยู่ใต้น้ำทั้งสิ้นจึงทำให้เกิดโบกขนาดต่างๆ มากมาย ลองนึกภาพดูถึงช่วงที่แก่งหินเหล่านี้ยังจมอยู่ แม่น้ำโขงจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน เลนส์ 12 - 24 มม., F11, 1/5 วินาที |
| การถ่ายภาพบริเวณสามพันโบก หากเป็นช่วงหน้าแล้งเราสามารถเดินไปตามแก่งหินได้ยาวเป็นกิโลฯ ถ้าเน้นบริเวณ แกรนด์แคนยอนสยาม กับ หินหัวสุนัข เราสามารถขับรถไปจอดบริเวณสามพันโบกได้เลย แล้วเดินลัดเลาะไปยังจุดถ่ายภาพซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก ถ้ายังไม่เคยไปแนะนำให้หาคนนำทางเป็นไกด์ท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งป้อมรอนักท่องเที่ยวอยู่บริเวณลานจอดรถ ค่าบริการไม่แพงมากขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้งานเขามากแค่ไหน ถ้าขนอุปกรณ์ไปเยอะจะให้ช่วยแบกขาตั้งหรือกระเป๋าเขาก็ยินดี ยิ่งถ้าได้ไกด์ที่คุ้นเคยกับช่างภาพมาก่อนแล้วก็ยิ่งดี อย่างนายต้อมที่ผมใช้บริการตอนไปรอบสอง เป็นไกด์ที่รู้จุดถ่ายภาพดีๆ เยอะเพราะไปกับช่างภาพบ่อยจนพอจะรู้ว่าเวลาไหนควรถ่ายจุดไหน จะว่าไปแล้วนายต้อมคนนี้ซึมซับอะไรหลายอย่างจากช่างภาพไว้พอสมควร ระหว่างที่รอผมกับเพื่อนถ่ายภาพ ผมเห็นนายต้อมมักเอาโทรศัพท์มือถือจีนแดงของตัวเองออกมาหามุมถ่ายภาพไปด้วย จนผมอดไม่ได้ที่จะขอดู พอเห็นภาพที่นายต้อมถ่ายด้วยมือถือ ผมกับเพื่อนถึงกับอึ้ง เป็นคนที่มีมุมมองใช้ได้เลยทีเดียว หลายภาพสวยไม่แพ้กล้องแท้เลยครับ คุณภาพอาจสู้ไม่ได้แต่มุมมองใช้ได้ ใครที่ต้องการไกด์นำทางแนะนำให้ถามหานายต้อมดูครับ นอกจากช่วยชี้จุดถ่ายภาพได้แล้ว ยังเป็นคนคุยสนุกอัธยาศัยดี ถ้าต้องการนัดแนะล่วงหน้าติดต่อที่เบอร์นี้ได้ 08-4831-8952 การไปเดินหาจุดถ่ายภาพเองสำหรับคนที่ไปครั้งแรกไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งถ้าไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อถ่ายอาทิตย์ขึ้นก็ไม่ต้องพูดถึง ช่วงเช้ามืดคงจะหาคนนำทางยาก สามารถโทรเรียกนายต้อมให้มารอได้ นัดแนะเวลาให้เรียบร้อยเขาจะมาตรงเวลา ลองใช้บริการดูครับสนับสนุนให้คนท้องถิ่นมีรายได้ |
 |
| นอกจากความยิ่งใหญ่แล้วที่นี่ยังมีซอกเล็กซอกน้อยให้เราได้ค้นหาความงามได้อย่างไม่รู้เบื่อ เลนส์ 17 - 55 มม., F11, 1/250 วินาที |
| จุดถ่ายที่อยู่ไกลกันอย่างหาดหงษ์คงต้องใช้บริการเรือครับ เพราะไม่สามารถเดินไปถึงได้ ค่าบริการเหมาลำถ้าขึ้นที่สามพันโบกจะอยู่ที่ลำละ 300 พร้อมไกด์นำทาง หากไม่ได้นอนค้างแนะนำให้แพลนเวลาดีๆ เพราะการไปอยู่ผิดที่ผิดเวลาก็อาจทำให้ได้ภาพที่ต่างกันอย่างเทียบไม่ได้ คนขับเรือกับคนนำทางส่วนใหญ่จะใช้สูตรสำเร็จ คือพาไปจุดที่หนึ่ง สอง สาม สี่ เสร็จแล้วก็พากลับ ประมาณนี้ โดยไม่สนว่าเราไปตอนไหน แสงจะสวยหรือไม่ แต่ถ้าเราทำการบ้านไปดี พอจะรู้จุดถ่ายภาพคร่าวๆ ก็สามารถพูดคุยกับคนขับเรือและคนนำทางได้ ว่าต้องการไปจุดไหนก่อนหลัง จะอยู่ถ่ายถึงกี่โมง หรือจะให้ไปส่งถึงที่แล้วค่อยมารับตอนจะกลับก็ยังได้ โดยนัดแนะเวลาหรือจะใช้วิธีโทรเรียกก็ได้ ชาวบ้านแถวนั้นคุยง่ายไม่ค่อยมีปัญหา อยากได้อะไรก็บอกเค้าไปเลย เดี๋ยวจัดให้ |
 |
| ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า บริเวณหาดหงษ์ เป็นอีกภาพที่ใช้เทคนิค HDR ด้วยโฟโตชอป เนื่องจากแสงที่ท้องฟ้ากับโขดหินต่างกันมาก ภาพนี้เกิดจากการถ่ายสองภาพแล้วนำมารวมเพื่อให้ได้รายละเอียดของโฟร์กราวด์ เลนส์ 12 - 24 มม., F8, 1/400 วินาที และ F8, 1/100 วินาที |
| ที่พัก |
บ้านพักที่ใกล้สุดในระแวกนั้นจะมีเพียงแห่งเดียวคือบริเวณหาดสลึง ชื่อ สองคอนรีสอร์ท เป็นห้องพักแบบปรับอากาศและแบบพัดลม สภาพห้องพอใช้ได้ไม่ถึงกับเลิศหรู แต่ก็ดีสุดแล้วเพราะมีเพียงแห่งเดียว ที่นี่มีร้านอาหารไว้บริการด้วย อยู่ติดกับจุดขึ้นเรือสำหรับนักท่องเที่ยว ราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 500 บาทไปจนถึง 1,000 บาท หากไปช่วงเทศกาลแนะนำให้จองล่วงหน้าเพราะมีห้องไม่มาก เบอร์ติดต่อ 045-338015, 045-260408, 08-7256-1696 หรือถ้าต้องการกางเต๊นท์ ใกล้บริเวณจุดจอดรถของสามพันโบกจะมีจุดกางเต๊นท์พร้อมห้องสุขาและห้องอาบน้ำ โดยคิดค่าบริการคนละ 35 บาท มีร้านค้าและร้านอาหารแต่จะเปิดไม่ดึกมาก ราวหกโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่มขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยว ติดต่อจุดกางเต๊นท์ได้ที่ อ. เรืองประทิน 08-1999-0298 |
 |
| ภาพนี้ได้ฟิลเตอร์โพลาไรซ์เป็นพระเอก ฟ้าที่สะท้อนน้ำก็สวย โบกที่อยู่ใต้น้ำก็งาม เพื่อให้ได้ทั้งสองอย่างประกอบกันอย่างลงตัว จึงต้องอาศัยฟิลเตอร์โพลาไรซ์ติดหน้าเลนส์แล้วปรับมุมให้เหลือแสงสะท้อนผิวน้ำเพียงบางส่วนเพื่อให้เห็นโบกใต้น้ำด้วย เลนส์ 12 - 24 มม., F8, 1/125 วินาที, ฟิลเตอร์ CPL |
| การเดินทาง |
| หากนำรถยนต์ส่วนตัวไปพอถึงจังหวัดอุบลฯ ให้วิ่งไปตามทางหลวงหมายเลข 2050 ทางไป อ.ตระการพืชผล ผ่านโลตัสสาขาตระการฯ ตรงไปทาง อ.เขมราฐ ก่อนถึงเขมราฐจะเจอทางแยกขวาไปอำเภอโพธิ์ไทร ให้เลี้ยวขวาแล้ววิ่งไปตามทางเรื่อยๆ จนสุดสามแยก เลี้ยวขวาอีกทีไปทางโขงเจียม แต่ไม่ต้องวิ่งไปถึงโขงเจียมนะครับ วิ่งไปราว 2-3 กิโลฯ คอยสังเกตข้างทางจะมีป้ายบอกชัดเจนจุดแรกจะเจอทางแยกซ้ายเข้าหาดสลึง สำหรับคนที่ต้องการพักรีสอร์ทให้เลี้ยวเข้าทางนี้ เลยทางเข้าหาดสลึงไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตรจะมีป้ายบอกทางเข้า 3000 โบก ให้เลี้ยวซ้ายวิ่งเข้าไปตามทางอีกไม่กี่ร้อยเมตรก็จะถึงจุดจอดรถ |
 |
หากไปเป็นกลุ่มและเดินทางด้วยรถตู้ แนะนำว่าให้หา VCD ชุด "หมอลำดอกหญ้า" ของต่าย อรทัย มาเปิดระหว่างเดินทาง นอกจากช่วยบิวท์อารมณ์ขณะมุ่งหน้าสู่ดินแดนอีสานได้แล้ว มิวสิควีดีโอชุดนี้หลายเพลงยังถ่ายทำที่สามพันโบกอีกด้วย ภาพจากมิวสิคคงพอช่วยให้นึกเหลี่ยมมุมในการถ่ายภาพได้บ้าง สำหรับคนที่ยังไม่เคยไปมาก่อนฟังชุดนี้จบรับรองได้ภาพ 3000 โบกสวยๆ แน่นอน 555 (ตัวอย่างมิวสิคคลิกที่นี่) ขอให้เที่ยวอย่างสนุก และมีความสุขกับการถ่ายภาพนะครับ |
 |
| สระมรกต โบกขนาดใหญ่ที่มีน้ำขังตลอดปี เป็นอีกจุดที่ช่างภาพนิยมมาถ่ายดวงอาทิตย์ขึ้นเพราะจะได้เงาสะท้อนในน้ำ ภาพนี้ถ่ายด้วยเลนส์ฟิชอายเพื่อเน้นความกว้างใหญ่ของโบก เลือกมุมที่แสงส่องทะลุเพื่อให้เห็นโบกเล็กโบกน้อยใต้ผิวน้ำ เลนส์ซูมฟิชอาย 10 - 17 มม., F8, 1/160 วินาที |
 |
| แสงสุดท้ายของวันหลังดวงอาทิตย์ลับฟ้า ขณะนั่งเรือกลับไปยังจุดกางเต๊นท์ เลนส์ซูมฟิชอาย 10 - 17 มม., F3.5, 1/25 วินาที, ISO 800 |